การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
สัปดาห์ที่ 3 วันที่ 15-19 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฏิบัติในสัปดาห์
-ค้นหาเว็บไซต์การพนัน
-จัดทำเอกสาร
-ศึกษา PHP กับเพื่อน
-ค้นหาราชกิจจานุเบกษา
-สอนเพื่อนที่มาใหม่ถ่ายเอกสาร
-งานเก็บหลักฐาน 40 เว็บ
-ตรวจสอบเว็บไซต์ซ้ำและเก็บข้อมูล
ปัญหาและอุปสรรค
-ลูก Max หมด
-Domain ที่จดในต่างประเทศ บางประเทศมีการปิดบังข้อมูล
-ไม่เข้าใจในการจัดเก็บหลักฐานว่าทำยังไง
-ถ่ายเอกสารเกิน
-เว็บบางเว็บเปลี่ยน URL หรือเปลี่ยนเนื้อหา
-ตรงที่ไฮไลท์ไว้มีหลายเควสแต่คล้ายกัน
วิธีการแก้ไขปัญหา
-ยืม Max พี่อีกคน
-ลองหาเว็บที่เซิท Domain เว็บอื่นๆ
-ให้พี่อธิบายว่าเก็บหลักฐานทำยังไง
-นำกระดาษที่ถ่ายเกินไปทำ Reuse
-ทำไฮไลท์ไว้
-จัดหมวดหมู่เว็บไซต์แยกตามสี
วันอาทิตย์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฏิบัติในสัปดาห์
-ค้นหาเว็บไซต์การพนัน
-แสกนงาน
-คีย์ข้อมูล
-จัดทำเอกสาร
-ศึกษา PHP และลองเขียนโค้ด
-ลง Windows และ โปรแกรมใหม่
ปัญหาและอุปสรรค
-ไม่คุ้นกับการเขียนโค้ด PHP
-สั่งถ่ายเอกสารเกินจำนวนชุด
-Windows ที่ลงครั้งแรกไม่สมบูรณ์
-แผ่น Ghost ไม่ได้ลง Microsoft Office และ Driver การ์ดจอ
-เครื่องทำงานช้า
-เอกสารที่สแกนติดที่เครื่อง
-ข้อมูลที่คีย์ซับซ้อน
วิธีการแก้ไขปัญหา
-พยายามลองเขียนโค้ด PHP บ่อยๆ
-กด Cancel แล้วเอากระดาษไปทำ Reuse
-ขอแผ่น CD Windows แผ่นใหม่ที่พี่ที่ดูแลมาลง
-ขอแผ่นโปรแกรม Microsoft Office และ Driver การ์ดจอมาลง
-ทำการ Defrangmenter Drive C และ D
-เรียกพี่มาเอาเอกสารที่ค้างออกให้
-ให้พี่อธิบายว่าต้องคีย์ข้อมูลอย่างไร
สัปดาห์ที่ 2 วันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฏิบัติในสัปดาห์
-ค้นหาเว็บไซต์การพนัน
-แสกนงาน
-คีย์ข้อมูล
-จัดทำเอกสาร
-ศึกษา PHP และลองเขียนโค้ด
-ลง Windows และ โปรแกรมใหม่
ปัญหาและอุปสรรค
-ไม่คุ้นกับการเขียนโค้ด PHP
-สั่งถ่ายเอกสารเกินจำนวนชุด
-Windows ที่ลงครั้งแรกไม่สมบูรณ์
-แผ่น Ghost ไม่ได้ลง Microsoft Office และ Driver การ์ดจอ
-เครื่องทำงานช้า
-เอกสารที่สแกนติดที่เครื่อง
-ข้อมูลที่คีย์ซับซ้อน
วิธีการแก้ไขปัญหา
-พยายามลองเขียนโค้ด PHP บ่อยๆ
-กด Cancel แล้วเอากระดาษไปทำ Reuse
-ขอแผ่น CD Windows แผ่นใหม่ที่พี่ที่ดูแลมาลง
-ขอแผ่นโปรแกรม Microsoft Office และ Driver การ์ดจอมาลง
-ทำการ Defrangmenter Drive C และ D
-เรียกพี่มาเอาเอกสารที่ค้างออกให้
-ให้พี่อธิบายว่าต้องคีย์ข้อมูลอย่างไร
วันอาทิตย์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
สัปดาห์ที่ 1 วันที่ 1-5 พฤศจิกายน 2553
งานที่ปฏิบัติประจำวัน
-จัดทำเอกสาร
-ค้นหาเว็บไซต์การพนัน
-ทำงานต่างๆที่ได้รับหมอบหมาย
-ศึกษาการเขียนโปรแกรมโดยใช้ PHP
ปัญหาในการปฏิบัติงาน
-ไม่มีแนวทางในการค้นหาเว็บไซต์
-หน้าของเอกสารจัดไม่เรียบร้อย ช่องไฟห่างไป
-เขียน PHP ไม่ได้
-แสกนงานและถ่ายเอกสารไม่เป็น
วิธีการแก้ไขปัญหา
-ขอคำปรึกษาจากพี่ที่ดูแล
-จัดหน้าเอกสารให้ดูเรียบร้อย แล้วกระจายช่องไฟให้สวยงาม
-หาซื้อหนังสือ PHP มาศึกษา
-ให้พี่ที่ฝึกงานสอนให้แล้วจดไว้
วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552
ลูกแรดเตรียมพร้อมล่าเหยื่อ
สิ่งที่ได้รับจากการเรียนวิชาเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
1)มีความรับผิดชอบมากขึ้น
2)รู้จักการตรงต่อเวลา
3)รู้จักระเบียบวินัยของการทำงาน
4)รู้จักการทำงานเป็นทีม
5)ได้เรียนรู้ระบบการทำงาน(จากการทำโครงการ)
6)ได้รับความรู้จากการบูรณาการของแขนงวิชาต่างๆ
เช่น แขนงการตลาด,แขนงการเงิน,แขนงธุรกิจระหว่างประเทศ
7)รู้จักเพื่อนๆต่างห้อง ต่างแขนงมากขึ้น
8)มีประสบการณ์จากโครงการที่ไปทำ
1)มีความรับผิดชอบมากขึ้น
2)รู้จักการตรงต่อเวลา
3)รู้จักระเบียบวินัยของการทำงาน
4)รู้จักการทำงานเป็นทีม
5)ได้เรียนรู้ระบบการทำงาน(จากการทำโครงการ)
6)ได้รับความรู้จากการบูรณาการของแขนงวิชาต่างๆ
เช่น แขนงการตลาด,แขนงการเงิน,แขนงธุรกิจระหว่างประเทศ
7)รู้จักเพื่อนๆต่างห้อง ต่างแขนงมากขึ้น
8)มีประสบการณ์จากโครงการที่ไปทำ
วันอาทิตย์ที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2552
DTS 12-15/09/2009
สรุปเรื่อง sorting (ต่อ)
การเรียงลำดับแบบเร็ว เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ใช้เวลาน้อยเหมาะ สำหรับข้อมูลจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน การจัดเรียงลำดับแบบเร็วเป็นวิธีที่ซับซ้อน แต่ประสิทธิภาพการทำงานค่อนสูง กรณีที่ดีที่สุด คือ กรณีที่ค่าหลักที่เลือกแบ่งแล้วข้อมูลอยู่ตรงกลางกลุ่มพอดี และในแต่ละส่วนย่อยก็เช่นเดียวกัน กรณีที่แย่ที่สุด คือ กรณีที่ข้อมูลมีการเรียงลำดับ อยู่แล้ว อาจจะเรียงจากน้อยไปมากหรือจากมากไปน้อย หรือค่าหลักที่เลือกในแต่ละครั้งเป็นค่าหลักที่น้อยที่สุดหรือมากที่สุด จำนวนครั้งของการ
การเรียงลำดับแบบแทรก
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ทำการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปในเซต ที่มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับอยู่แล้ว และทำให้เซตใหม่ที่ได้นี้มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับด้วย วิธีการเรียง ลำดับจะ 1.เริ่มต้นเปรียบเทียบจากข้อมูลในตำแหน่งที่ 1 กับ 2หรือข้อมูลในตำแหน่งสุดท้ายและรองสุดท้ายก็ได้ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก 2.จะต้องจัดให้ข้อมูลที่มีค่าน้อยอยู่ในตำแหน่งก่อนขอมูลที่มีค่ามาก และถ้าเรียงจากมากไปน้อยจะก็จะจัดให้ข้อมูลที่มีค่ามากอยู่ในตำแหน่งก่อน กรณีที่ดีที่สุด คือ กรณีข้อมูลทั้งหมดจัดเรียงในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว กรณีนี้ในแต่ละรอบ มีการเปรียบเทียบเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้นจำนวนครั้ง กรณีที่แย่ที่สุด คือ กรณีที่ข้อมูลมีการเรียงลำดับในตำแหน่งที่กลับกัน เช่น ต้องการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก แต่ข้อมูลมีค่าเรียงลำดับจากมากไปน้อย จำนวนครั้งของการ
การเรียงลำดับแบบฐาน
เป็นการเรียงลำดับโดยการพิจารณาข้อมูลทีละหลัก มีวิธีการที่ไม่ซับซ้อนแต่ค่อนข้างใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก เนื่องจากการจัดเรียงแต่ละรอบจะต้องเตรียมเนื้อที่สำหรับสร้างที่เก็บข้อมูลในแต่ละกลุ่ม เช่นถ้ามีจำนวนข้อมูล n ตัว และในแต่ละกลุ่มใช้วิธีจัดเก็บข้อมูลในแถวลำดับ ต้องกำหนดให้แต่ละกลุ่มมีสมาชิกได้ n ตัวเท่ากับจำนวนข้อมูล เผื่อไว้กรณีที่ข้อมูลทั้งหมดมีค่าในหลักนั้น ๆหมือนกัน ถ้าเป็นเลขจำนวนใช้ทั้งหมด 10 กลุ่มกลุ่มละ n ตัวรวมทั้งหมดมีขนาดเท่ากับ (10 x n)
สรุป Summary B4 Final เรื่อง Searching
การค้นหาข้อมูล การค้นหา คือ การใช้วิธีการค้นหากับโครงสร้างข้อมูล เพื่อดูว่าข้อมูลตัวที่ ต้องการถูกเก็บอยู่ในโครงสร้างแล้วหรือยัง
1. การค้นหาแบบเชิงเส้นหรือการค้นหาตามลำดับ เป็นวิธีที่ใช้กับข้อมูลที่ยังไม่ได้เรียงลำดับ
หลักการ คือ ให้นำข้อมูลที่จะหามาเปรียบเทียบกับข้อมูลตัวแรกในแถวลำดับถ้าไม่เท่ากันให้เปรียบเทียบกับข้อมูลตัวถัดไปถ้าเท่ากันให้หยุดการค้นหา
2.การค้นหาแบบเซนทินัล เป็นวิธีที่การค้นหาแบบเดียวกับวิธีการค้นหาแบบเชิงเส้นแตประสิทธิภาพดีกว่าตรงที่เปรียบเทียบน้อยครั้งกว่า พัฒนา มาจากอัลกอริทึมแบบเชิงเส้น หลักการ
1) เพิ่มขนาดของแถวลำดับ ที่ใช้เก็บข้อมูลอีก 1 ที่
2) นำข้อมูลที่จะใช้ค้นหาข้อมูลใน Array ไปฝากที่ต้นหรือ ท้ายArray
3) ตรวจสอบผลลัพธ์จากการหาโดยตรวจสอบจากตำแหน่งที่พบ ถ้าตำแหน่งที่พบมีค่าเท่ากับ n-1แสดงว่าหาไม่พบ นอกนั้นถือว่าพบข้อมูลที่ค้นหา
3. การค้นหาแบบไบนารี การค้นหาแบบไบนารีใช้กับข้อมูลที่ ถูกจัดเรียงแล้วเท่านั้น
หลักการของการค้นหาคือ ข้อมูลถูกแบ่งออกเป็นสองส่วแล้วนำค่ากลางข้อมูลมาเปรียบเทียบกับคีย์ที่ต้องการหา
1.หาตัวแทนข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่ต้องการค้น
2. นำผลการเปรียบเทียบกรณีที่หาไม่พบมาใช้ในการค้นหารอบต่อไป
การค้นหาแบบไบนารี
ถ้าข้อมูลมีการเรียงจากน้อยไปหามาก เมื่อเปรียบเทียบแล้วคีย์มีค่ามากกว่าค่ากลาง แสดงว่าต้องทำการค้นหาข้อมูลในครึ่งหลังต่อไป จากนั้นนำข้อมูลครึ่งหลังมาหาค่ากลางต่อ ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการ เช่นต้องการหาว่า 12 อยู่ในลิสต์ (1 4 6 8 10 12 18 19) หรือไม่
เริ่มการค้นหาแบบไบนารีด้วยการเปรียบเทียบกับค่ากลางในลิสต์ คือค่าa[4] ซึ่งเก็บค่า 8 ซึ่ง 12 > a[4] หมายความว่าค่า 12 ควรจะอยู่ในข้อมูลด้านขวาของ a[4] คือ ช่วง a[5] …a[8]โดยไม่สนใจช่วงข้อมูล a[1] …a[3] Searching
สรุป ตารางแฮซ
ตารางแฮช (Hash Tables) การเข้าถึงข้อมูลโดยตรง กำหนด ให้ k เป็นคีย์ ถูกจัดเก็บอยู่ใน ช่อง k ด้วยการทำแฮชด้วยพื้นฐาน การจัดเก็บในช่องที่ h(k) โดย ใช้ฟังก์ชัน h เพื่อคำนวณหาช่องของคีย์โดยการจับคู่กับเอกภพสัมพัทธ์U ในตาราง Th: U {0,1,…,m-1} ฟังก์ชัน แฮช จะทำงานแบบสุ่ม แนวคิดหลัก คือ ลด ขนาดอะเรย์ของดัชนี
การชนกันของข้อมูล
การที่แทรกคีย์ในตาราง ที่จัดเก็บนั้นมีโอกาสที่คีย์ที่ถูกสร้างจากฟังก์ชัน ในช่องเดียวกัน การเกิดการชนกันก็ยังคงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง การแก้ไขปัญหาชนกันของข้อมูล แบบห่วงโซ่(Chaining)1. กรณีที่เลวร้ายที่สุด ในการแทรกข้อมูลคือ o(1) 2. การลบสมาชิก สามารถทำได้ด้วยเวลาที่น้อยที่สุดของ o(1)ทางปฏิบัติ ใช้เทคนิค ฮิวริสติก ในการสร้างฟังก์ชันแฮช แนวทางหนึ่งที่ดีคือ การแปลงค่าของข้อมูลที่มีอยู่แล้วด้วยข้อมูลที่มีอยู่ ฟังก์ชันแฮช คือการกำหนดค่าคีย์ที่เกิดขึ้นในเอก ภพสัมพัทธ์จากตัวเลขธรรมชาติ
วิธีการสร้างฟังก์ชันแฮช1.วิธีการหาร 2.วิธีการคูณ 3.วิธีทั่วไป
เทคนิคลำดับของการตรวจสอบ
1. การตรวจสอบเชิงเส้น
2. การตรวจสอบด้วยสมการกำลังสอง
3. การสร้างฟังก์ชันแฮชแบบสองเท่า
การเรียงลำดับแบบเร็ว เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ใช้เวลาน้อยเหมาะ สำหรับข้อมูลจำนวนมากที่ต้องการความรวดเร็วในการทำงาน การจัดเรียงลำดับแบบเร็วเป็นวิธีที่ซับซ้อน แต่ประสิทธิภาพการทำงานค่อนสูง กรณีที่ดีที่สุด คือ กรณีที่ค่าหลักที่เลือกแบ่งแล้วข้อมูลอยู่ตรงกลางกลุ่มพอดี และในแต่ละส่วนย่อยก็เช่นเดียวกัน กรณีที่แย่ที่สุด คือ กรณีที่ข้อมูลมีการเรียงลำดับ อยู่แล้ว อาจจะเรียงจากน้อยไปมากหรือจากมากไปน้อย หรือค่าหลักที่เลือกในแต่ละครั้งเป็นค่าหลักที่น้อยที่สุดหรือมากที่สุด จำนวนครั้งของการ
การเรียงลำดับแบบแทรก
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่ทำการเพิ่มสมาชิกใหม่เข้าไปในเซต ที่มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับอยู่แล้ว และทำให้เซตใหม่ที่ได้นี้มีสมาชิกทุกตัวเรียงลำดับด้วย วิธีการเรียง ลำดับจะ 1.เริ่มต้นเปรียบเทียบจากข้อมูลในตำแหน่งที่ 1 กับ 2หรือข้อมูลในตำแหน่งสุดท้ายและรองสุดท้ายก็ได้ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก 2.จะต้องจัดให้ข้อมูลที่มีค่าน้อยอยู่ในตำแหน่งก่อนขอมูลที่มีค่ามาก และถ้าเรียงจากมากไปน้อยจะก็จะจัดให้ข้อมูลที่มีค่ามากอยู่ในตำแหน่งก่อน กรณีที่ดีที่สุด คือ กรณีข้อมูลทั้งหมดจัดเรียงในตำแหน่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว กรณีนี้ในแต่ละรอบ มีการเปรียบเทียบเพียงครั้งเดียว เพราะฉะนั้นจำนวนครั้ง กรณีที่แย่ที่สุด คือ กรณีที่ข้อมูลมีการเรียงลำดับในตำแหน่งที่กลับกัน เช่น ต้องการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก แต่ข้อมูลมีค่าเรียงลำดับจากมากไปน้อย จำนวนครั้งของการ
การเรียงลำดับแบบฐาน
เป็นการเรียงลำดับโดยการพิจารณาข้อมูลทีละหลัก มีวิธีการที่ไม่ซับซ้อนแต่ค่อนข้างใช้เนื้อที่ในหน่วยความจำมาก เนื่องจากการจัดเรียงแต่ละรอบจะต้องเตรียมเนื้อที่สำหรับสร้างที่เก็บข้อมูลในแต่ละกลุ่ม เช่นถ้ามีจำนวนข้อมูล n ตัว และในแต่ละกลุ่มใช้วิธีจัดเก็บข้อมูลในแถวลำดับ ต้องกำหนดให้แต่ละกลุ่มมีสมาชิกได้ n ตัวเท่ากับจำนวนข้อมูล เผื่อไว้กรณีที่ข้อมูลทั้งหมดมีค่าในหลักนั้น ๆหมือนกัน ถ้าเป็นเลขจำนวนใช้ทั้งหมด 10 กลุ่มกลุ่มละ n ตัวรวมทั้งหมดมีขนาดเท่ากับ (10 x n)
สรุป Summary B4 Final เรื่อง Searching
การค้นหาข้อมูล การค้นหา คือ การใช้วิธีการค้นหากับโครงสร้างข้อมูล เพื่อดูว่าข้อมูลตัวที่ ต้องการถูกเก็บอยู่ในโครงสร้างแล้วหรือยัง
1. การค้นหาแบบเชิงเส้นหรือการค้นหาตามลำดับ เป็นวิธีที่ใช้กับข้อมูลที่ยังไม่ได้เรียงลำดับ
หลักการ คือ ให้นำข้อมูลที่จะหามาเปรียบเทียบกับข้อมูลตัวแรกในแถวลำดับถ้าไม่เท่ากันให้เปรียบเทียบกับข้อมูลตัวถัดไปถ้าเท่ากันให้หยุดการค้นหา
2.การค้นหาแบบเซนทินัล เป็นวิธีที่การค้นหาแบบเดียวกับวิธีการค้นหาแบบเชิงเส้นแตประสิทธิภาพดีกว่าตรงที่เปรียบเทียบน้อยครั้งกว่า พัฒนา มาจากอัลกอริทึมแบบเชิงเส้น หลักการ
1) เพิ่มขนาดของแถวลำดับ ที่ใช้เก็บข้อมูลอีก 1 ที่
2) นำข้อมูลที่จะใช้ค้นหาข้อมูลใน Array ไปฝากที่ต้นหรือ ท้ายArray
3) ตรวจสอบผลลัพธ์จากการหาโดยตรวจสอบจากตำแหน่งที่พบ ถ้าตำแหน่งที่พบมีค่าเท่ากับ n-1แสดงว่าหาไม่พบ นอกนั้นถือว่าพบข้อมูลที่ค้นหา
3. การค้นหาแบบไบนารี การค้นหาแบบไบนารีใช้กับข้อมูลที่ ถูกจัดเรียงแล้วเท่านั้น
หลักการของการค้นหาคือ ข้อมูลถูกแบ่งออกเป็นสองส่วแล้วนำค่ากลางข้อมูลมาเปรียบเทียบกับคีย์ที่ต้องการหา
1.หาตัวแทนข้อมูลเพื่อนำมาเปรียบเทียบกับค่าที่ต้องการค้น
2. นำผลการเปรียบเทียบกรณีที่หาไม่พบมาใช้ในการค้นหารอบต่อไป
การค้นหาแบบไบนารี
ถ้าข้อมูลมีการเรียงจากน้อยไปหามาก เมื่อเปรียบเทียบแล้วคีย์มีค่ามากกว่าค่ากลาง แสดงว่าต้องทำการค้นหาข้อมูลในครึ่งหลังต่อไป จากนั้นนำข้อมูลครึ่งหลังมาหาค่ากลางต่อ ทำอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้ข้อมูลที่ต้องการ เช่นต้องการหาว่า 12 อยู่ในลิสต์ (1 4 6 8 10 12 18 19) หรือไม่
เริ่มการค้นหาแบบไบนารีด้วยการเปรียบเทียบกับค่ากลางในลิสต์ คือค่าa[4] ซึ่งเก็บค่า 8 ซึ่ง 12 > a[4] หมายความว่าค่า 12 ควรจะอยู่ในข้อมูลด้านขวาของ a[4] คือ ช่วง a[5] …a[8]โดยไม่สนใจช่วงข้อมูล a[1] …a[3] Searching
สรุป ตารางแฮซ
ตารางแฮช (Hash Tables) การเข้าถึงข้อมูลโดยตรง กำหนด ให้ k เป็นคีย์ ถูกจัดเก็บอยู่ใน ช่อง k ด้วยการทำแฮชด้วยพื้นฐาน การจัดเก็บในช่องที่ h(k) โดย ใช้ฟังก์ชัน h เพื่อคำนวณหาช่องของคีย์โดยการจับคู่กับเอกภพสัมพัทธ์U ในตาราง Th: U {0,1,…,m-1} ฟังก์ชัน แฮช จะทำงานแบบสุ่ม แนวคิดหลัก คือ ลด ขนาดอะเรย์ของดัชนี
การชนกันของข้อมูล
การที่แทรกคีย์ในตาราง ที่จัดเก็บนั้นมีโอกาสที่คีย์ที่ถูกสร้างจากฟังก์ชัน ในช่องเดียวกัน การเกิดการชนกันก็ยังคงต้องมีอย่างน้อยหนึ่งครั้ง การแก้ไขปัญหาชนกันของข้อมูล แบบห่วงโซ่(Chaining)1. กรณีที่เลวร้ายที่สุด ในการแทรกข้อมูลคือ o(1) 2. การลบสมาชิก สามารถทำได้ด้วยเวลาที่น้อยที่สุดของ o(1)ทางปฏิบัติ ใช้เทคนิค ฮิวริสติก ในการสร้างฟังก์ชันแฮช แนวทางหนึ่งที่ดีคือ การแปลงค่าของข้อมูลที่มีอยู่แล้วด้วยข้อมูลที่มีอยู่ ฟังก์ชันแฮช คือการกำหนดค่าคีย์ที่เกิดขึ้นในเอก ภพสัมพัทธ์จากตัวเลขธรรมชาติ
วิธีการสร้างฟังก์ชันแฮช1.วิธีการหาร 2.วิธีการคูณ 3.วิธีทั่วไป
เทคนิคลำดับของการตรวจสอบ
1. การตรวจสอบเชิงเส้น
2. การตรวจสอบด้วยสมการกำลังสอง
3. การสร้างฟังก์ชันแฮชแบบสองเท่า
วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS 11/08-09-2552
สรุป กราฟ ต่อ
การท่องไปในกราฟ คือ การเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ
หลักการทำงาน คือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว
เทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบ
1.การท่องแบบกว้าง โดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นที่ละระดับ
จนเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ (แบบคิว)
2.การท่องแบบลึก คล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี กำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีจน
ไปสู่ปลายวิถี จากนั้นย้อนกลับตามแนววิถีเดิม จนสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่นๆ เพื่อเยือนโหนดอื่นๆ
ต่อไปจนครบทุกโหนด (แบบสแตก)
สรุป Sorting
การเรียงลำดับ เป็นการจัดให้เป็นระเบียบ มีแบบแผน ช่วยให้การค้นหาสิ่งของหรือข้อมูล
สามารถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การเรียงลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเลือกวิธีการเรียงลำดับที่ดีและเหมาะสมกับระบบงาน
1.เวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการเขียนโปรแกรม
2.เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการทำงานตามโปรแกรมที่เขียน
3.จำนวนเนื้อที่ในหน่วยความจำหลักมีเพียงพอหรือไม่
วิธีการเรียงลำดับ มีหลายวิธีที่สามารถใช้ในการเรียงลำดับข้อมูลได้
วิธีการเรียงลำดับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.การเรียงลำดับภายใน (internal sorting) เป็นการเรียงลำดับที่ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ในหน่วยความจำหลัก
2.การเรียงลำดับแบบภายนอก (external sorting) เป็นการเรียนลำดับข้อมูลที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำสำรอง
เป็นการเรียงลำดับข้อมูลในแฟ้มข้อมูล
การเรียงลำดับแบบ selection sort
ข้อมูลจะอยู่ทีละตัว โดยทำการค้นหาข้อมูลในแต่ละรอบแบบเรียงลำดับ ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
1.ในรอบแรกจะทำการค้นหาข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยที่สุดมาเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่ 1
2.ในรอบที่สองนำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยรองลงมาไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่สอง
3.ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกค่า ในที่สุดจะได้ข้อมูลเรียงลำดับจากน้อยไปมากตามที่ต้องการ
การจัดเรียงลำดับแบบเลือกเป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมา แต่มีข้อเสียตรงที่ใช้เวลาในการจัดเรียงนาน เพราะแต่ละรอบ
ต้องเปรียบเทียบกับข้อมูลทุกตัว
การเรียงลำดับแบบ Bubble Sort
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบข้อมูลในตำแหน่งที่อยู่ติดกัน
1.ถ้าข้อมูลทั้งสองไม่อยู่ในลำดับที่ถูกต้องให้สลับตำแหน่งที่อยู่กัน
2.ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมากให้นำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากมากไปน้อยให้นำข้อมูล ตัวที่มีค่ามากกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่าน้อย
การจัดเรียงลำดับแบบฟองเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนมาก เป็นวิธีการเรียงลำดับที่นิยมใช้กันมากเพราะมีรูปแบบที่เข้าใจง่าย
การท่องไปในกราฟ คือ การเข้าไปเยือนโหนดในกราฟ
หลักการทำงาน คือ แต่ละโหนดจะถูกเยือนเพียงครั้งเดียว
เทคนิคการท่องไปในกราฟมี 2 แบบ
1.การท่องแบบกว้าง โดยเลือกโหนดที่เป็นจุดเริ่มต้น ต่อมาให้เยือนโหนดอื่นที่ใกล้กันกับโหนดเริ่มต้นที่ละระดับ
จนเยือนหมดทุกโหนดในกราฟ (แบบคิว)
2.การท่องแบบลึก คล้ายกับการท่องทีละระดับของทรี กำหนดเริ่มต้นที่โหนดแรกและเยือนโหนดถัดไปตามแนววิถีจน
ไปสู่ปลายวิถี จากนั้นย้อนกลับตามแนววิถีเดิม จนสามารถดำเนินการต่อเนื่องเข้าสู่แนววิถีอื่นๆ เพื่อเยือนโหนดอื่นๆ
ต่อไปจนครบทุกโหนด (แบบสแตก)
สรุป Sorting
การเรียงลำดับ เป็นการจัดให้เป็นระเบียบ มีแบบแผน ช่วยให้การค้นหาสิ่งของหรือข้อมูล
สามารถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
การเรียงลำดับอย่างมีประสิทธิภาพ
หลักเกณฑ์ในการพิจารณาเพื่อเลือกวิธีการเรียงลำดับที่ดีและเหมาะสมกับระบบงาน
1.เวลาและแรงงานที่ต้องใช้ในการเขียนโปรแกรม
2.เวลาที่เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องใช้ในการทำงานตามโปรแกรมที่เขียน
3.จำนวนเนื้อที่ในหน่วยความจำหลักมีเพียงพอหรือไม่
วิธีการเรียงลำดับ มีหลายวิธีที่สามารถใช้ในการเรียงลำดับข้อมูลได้
วิธีการเรียงลำดับแบ่งออกเป็น 2 ประเภท
1.การเรียงลำดับภายใน (internal sorting) เป็นการเรียงลำดับที่ข้อมูลทั้งหมดต้องอยู่ในหน่วยความจำหลัก
2.การเรียงลำดับแบบภายนอก (external sorting) เป็นการเรียนลำดับข้อมูลที่เก็บอยู่ในหน่วยความจำสำรอง
เป็นการเรียงลำดับข้อมูลในแฟ้มข้อมูล
การเรียงลำดับแบบ selection sort
ข้อมูลจะอยู่ทีละตัว โดยทำการค้นหาข้อมูลในแต่ละรอบแบบเรียงลำดับ ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมาก
1.ในรอบแรกจะทำการค้นหาข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยที่สุดมาเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่ 1
2.ในรอบที่สองนำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยรองลงมาไปเก็บไว้ที่ตำแหน่งที่สอง
3.ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบทุกค่า ในที่สุดจะได้ข้อมูลเรียงลำดับจากน้อยไปมากตามที่ต้องการ
การจัดเรียงลำดับแบบเลือกเป็นวิธีที่ง่ายและตรงไปตรงมา แต่มีข้อเสียตรงที่ใช้เวลาในการจัดเรียงนาน เพราะแต่ละรอบ
ต้องเปรียบเทียบกับข้อมูลทุกตัว
การเรียงลำดับแบบ Bubble Sort
เป็นวิธีการเรียงลำดับที่มีการเปรียบเทียบข้อมูลในตำแหน่งที่อยู่ติดกัน
1.ถ้าข้อมูลทั้งสองไม่อยู่ในลำดับที่ถูกต้องให้สลับตำแหน่งที่อยู่กัน
2.ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากน้อยไปมากให้นำข้อมูลตัวที่มีค่าน้อยกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่ามาก ถ้าเป็นการเรียงลำดับจากมากไปน้อยให้นำข้อมูล ตัวที่มีค่ามากกว่าอยู่ในตำแหน่งก่อนข้อมูลที่มีค่าน้อย
การจัดเรียงลำดับแบบฟองเป็นวิธีที่ไม่ซับซ้อนมาก เป็นวิธีการเรียงลำดับที่นิยมใช้กันมากเพราะมีรูปแบบที่เข้าใจง่าย
วันอังคารที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2552
DTS 10/01-09-2552
สรุป Tree(ต่อ)เอ็กซ์เพรสชันทรี การนำเอาโครงสร้างทรีไปใช้เก็บนิพจน์ทางคณิตศาสตร์
ลำดับขั้นตอนการคำนวณความสำคัญของเครื่องหมายมีดังนี้
-ฟังก์ชัน
-วงเล็บ
-ยกกำลัง
-เครื่องหมายหน้าเลขจำนวน-คูณ หรือ หาร
-บวก หรือลบ
-ถ้ามีเครื่องหมายที่ระดับเดียวกันให้ทำจากซ้ายไปขวา
สรุป กราฟ (Graph)
กราฟ เป็น โครงสร้างข้อมูลแบบไม่ใช่เชิงเส้น นำไปใช้แก้ปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน
นิยามของกราฟ
กราฟ เป็นโครสร้างข้อมูลแบบไม่ใช่เชิงเส้น ที่ประกอบ
1.โหนด หรือเวอร์เทกซ์
2.เส้นเชื่อมระหว่างโหนด เรียก เอ็จ (Edges)
-กราฟที่มีเอ็จเชื่อมระหว่างโหนดสองโหนด ถ้าเอ็จไม่มีลำดับ ความสัมพันธ์เรียกกราฟว่า กราฟแบบไม่มีทิศทาง
-ถ้ากราฟมีเอ็จที่มีลำดับความสัมพันธ์หรือมีทิศทางกำกับด้วยเรียกกราฟว่า กราฟแบบมีทิศทาง -การเขียนกราฟแสดงโหนดและเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโหนดไม่มีรูปแบบที่ตายตัว
-เขียนกราฟเพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่สนใจแทนโหนดด้วยจุด หรือวงกลม ที่มีชื่อหรือข้อมูลกำกับ
ลักษณะของกราฟ
-กราฟที่มีลักษณะต่อเนื่อง เป็นกราฟที่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนดใดๆ ไปยังโหนดอื่นเสมอ
-กราฟที่มีลักษณะเป็นวิถี มีเส้นเชื่อมไปยังโหนดต่างๆ อย่างเป็นลำดับ โดยแต่ละโหนดจะเป็นโหนดที่ใกล้กันกับโหนดที่อยู่ถัดไป
-กราฟที่เป็นวัฎจักร ต้องมีอย่างน้อย 3 โหนด ที่โหนดสุดท้ายต้องเชื่อมกับโหนดแรก
-กราฟที่มีลักษณะไม่ต่อเนื่อง ไม่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนด 3 ไปยังโหนดอื่นเลย
-กราฟแบบมีทิศทาง เป็นเซตแบบจำกัดของโหนดและเอ็จ โดยเซตจะว่างไม่มีโหนดหรือเอ็จเลยเป็นกราฟว่าง รูปแบบของกราฟแบบมีทิศทางเหมือนกับรูปแบบของกราฟไม่มีทิศทาง ต่างกันตรงที่กราฟแบนี้จะทิศทางกำกับด้วยเท่านั้น
การแทนกราฟในหน่วยความจำ
กราฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอาจจะใช้วิธีแอดจาเซนซีลิสต์ คล้ายกับวิธีจัดเก็บกราฟแต่ต่างกันตรงที่ใช้ลิงค์ลิสต์แทนเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
ลำดับขั้นตอนการคำนวณความสำคัญของเครื่องหมายมีดังนี้
-ฟังก์ชัน
-วงเล็บ
-ยกกำลัง
-เครื่องหมายหน้าเลขจำนวน-คูณ หรือ หาร
-บวก หรือลบ
-ถ้ามีเครื่องหมายที่ระดับเดียวกันให้ทำจากซ้ายไปขวา
สรุป กราฟ (Graph)
กราฟ เป็น โครงสร้างข้อมูลแบบไม่ใช่เชิงเส้น นำไปใช้แก้ปัญหาที่ค่อนข้างซับซ้อน
นิยามของกราฟ
กราฟ เป็นโครสร้างข้อมูลแบบไม่ใช่เชิงเส้น ที่ประกอบ
1.โหนด หรือเวอร์เทกซ์
2.เส้นเชื่อมระหว่างโหนด เรียก เอ็จ (Edges)
-กราฟที่มีเอ็จเชื่อมระหว่างโหนดสองโหนด ถ้าเอ็จไม่มีลำดับ ความสัมพันธ์เรียกกราฟว่า กราฟแบบไม่มีทิศทาง
-ถ้ากราฟมีเอ็จที่มีลำดับความสัมพันธ์หรือมีทิศทางกำกับด้วยเรียกกราฟว่า กราฟแบบมีทิศทาง -การเขียนกราฟแสดงโหนดและเส้นเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างโหนดไม่มีรูปแบบที่ตายตัว
-เขียนกราฟเพื่อแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่สนใจแทนโหนดด้วยจุด หรือวงกลม ที่มีชื่อหรือข้อมูลกำกับ
ลักษณะของกราฟ
-กราฟที่มีลักษณะต่อเนื่อง เป็นกราฟที่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนดใดๆ ไปยังโหนดอื่นเสมอ
-กราฟที่มีลักษณะเป็นวิถี มีเส้นเชื่อมไปยังโหนดต่างๆ อย่างเป็นลำดับ โดยแต่ละโหนดจะเป็นโหนดที่ใกล้กันกับโหนดที่อยู่ถัดไป
-กราฟที่เป็นวัฎจักร ต้องมีอย่างน้อย 3 โหนด ที่โหนดสุดท้ายต้องเชื่อมกับโหนดแรก
-กราฟที่มีลักษณะไม่ต่อเนื่อง ไม่มีเส้นทางเชื่อมจากโหนด 3 ไปยังโหนดอื่นเลย
-กราฟแบบมีทิศทาง เป็นเซตแบบจำกัดของโหนดและเอ็จ โดยเซตจะว่างไม่มีโหนดหรือเอ็จเลยเป็นกราฟว่าง รูปแบบของกราฟแบบมีทิศทางเหมือนกับรูปแบบของกราฟไม่มีทิศทาง ต่างกันตรงที่กราฟแบนี้จะทิศทางกำกับด้วยเท่านั้น
การแทนกราฟในหน่วยความจำ
กราฟที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาอาจจะใช้วิธีแอดจาเซนซีลิสต์ คล้ายกับวิธีจัดเก็บกราฟแต่ต่างกันตรงที่ใช้ลิงค์ลิสต์แทนเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนแปลงแก้ไข
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)